วิธีรักษาโรคมะเร็ง...ถ้ารู้ให้ชัด ก็ลดความกังวลได้เยอะ


โรคมะเร็งถึงจะป่วยแล้วก็อย่าเพิ่งกังวลจนเกินไป รีบตั้งสติแล้วเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ไว้ เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

          โรค มะเร็ง เป็นอาการป่วยที่สร้างความกังวลได้ทั้งตัวผู้ป่วยและคนรอบข้าง เพราะยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับวิธีการรักษาโรคมะเร็ง ดีเพียงพอ ทำให้พากันหวาดกลัวกันไปก่อน ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วโรคมะเร็งนั้นยังมีเรื่องที่ควรรู้อีกมากมาย ซึ่งถ้าหากเราทราบไว้บ้างก็จะช่วยทำให้เราสามารถรับมือกับการรักษาได้ง่าย มากขึ้น อย่างที่ชีวจิต   ได้นำเรื่องควรรู้เกี่ยวกับการรักษามะเร็งมาบอกกัน มาดูกันสิว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ควรจะรู้หากต้องเริ่มรักษาโรคมะเร็ง

          ผู้ป่วยหลายคนเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งแล้วก็เกิดความกังวล ไม่รู้ว่าควรเข้ารับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน หรือแพทย์ทางเลือกดี นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นพ่อมดด้านการแพทย์ทางเลือกชาวอเมริกัน (ผู้ก่อตั้งศูนย์การแพทย์ผสมผสานแอริโซนา แห่งมหาวิทยาลัยแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นนักเขียนด้านการแพทย์ผสมผสานที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หนังสือที่นำมาแปลเป็นภาษาไทยแล้ว ได้แก่ กินดีอยู่ดี, พลังบำบัด) เขาได้แนะนำแนวคิดในการเข้ารับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์ทาง เลือกไว้ในหนังสือ พลังบำบัด สำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ป่วยทุกท่านสามารถนำไปปรับใช้ประกอบการตัดสินใจเข้ารับ การรักษาได้เป็นอย่างดี เราจึงสรุปข้อมูลมาฝากกัน ดังนี้



รู้ก่อนใช้แผนปัจจุบัน

          คุณหมอแอนดรูว์ ไวล์ กล่าวถึงแนวคิดในการรักษาโดยแพทย์แผนปัจจุบันดังนี้

          1. หากสามารถตัดเอาก้อนเนื้อร้ายออกได้ก็ให้ตัดครับ แม้จะทำได้เพียงตัดบางส่วน หรือเพื่อลดขนาดของเนื้อร้ายได้ก็ขอให้ทำ เพราะอาจช่วยลดภารกิจของระบบบำบัดไม่ให้ทำงานหนักหนาสาหัสจนเกินไป

          2. ลองสำรวจข้อมูลดูให้ถ้วนทั่วว่า สำหรับมะเร็งชนิดที่คุณเป็นอยู่นั้นมีวิธีการประทังหรือบำบัดด้วยการฟื้นฟู ระบบภูมิคุ้มกันหรือเปล่า หากปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งแล้วไม่ได้คำตอบ ลองสอบถามข้อมูลดูจากสถาบันมะเร็งของทางการ หรือจากศูนย์วิจัยมะเร็งตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ

          3. หากแพทย์สั่งให้คุณรับการฉายรังสีและทำเคมีบำบัดให้สอบถามให้แน่ชัดเสียก่อน ว่า มะเร็งชนิดที่คุณเป็นและในระยะเดียวกับคุณนั้น วิธีการทั้งสองช่วยให้ผู้ป่วยหายจากมะเร็งได้ในอัตรากี่เปอร์เซ็นต์ มีคนไข้ไม่มากนักที่ทำการบ้านโดยการเสาะหาตำรับตำราซึ่งมีอยู่น้อยเต็มที เพื่อช่วยในการตัดสินใจอันยากยิ่งนี้ให้ได้ดีที่สุด ส่วนใหญ่แล้วคุณคงต้องไปหาข้อมูลจากห้องสมุดในวิทยาลัยแพทยศาสตร์ หรือขอบทความเรื่องที่เกี่ยวข้องจากแพทย์ที่คุณรู้จักก็ได้ครับ

          4. โปรดระลึกไว้เสมอว่า รังสี และเคมีบำบัดนั้นก็เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดการผ่าเหล่าและการเปลี่ยนแปลงใน เซลล์ด้วย เช่น ปัจจุบันเราสามารถคำนวณหาจำนวนของผู้ป่วยที่ผ่านการรักษาจากวิธีการทั้งสอง แบบนี้ได้ ว่าหากคนเหล่านี้มีชีวิตสืบต่อไปอีกนาน ๆ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งชนิดอื่น ๆ ขึ้นมาใหม่ เพราะผลจากการรับรังสีและรับเคมีเพื่อบำบัดมะเร็งเก่าหรือเปล่า


          5. แม้จะเป็นการทำเคมีบำบัดโดยใช้สารธรรมชาติบางตัว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นอันตรายครับ เคมีทุกรูปแบบ ไม่ว่าเคมีในธรรมชาติหรือเคมีสังเคราะห์ เคมีตัวเก่าหรือที่คิดขึ้นใหม่ จะใช้เคมีตัวเดียวหรือใช้เป็นคู่ ก็ล้วนแค่ประกอบด้วยสารฆ่าเซลล์ ซึ่งจะทำลายดีเอ็นเอและทำลายเซลล์ที่กำลังแบ่งตัว รวมถึงเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันด้วย

          6. โดยทั่วไปการฉายรังสีจะเป็นอันตรายน้อยกว่าเคมีบำบัด เนื่องจากสามารถจำกัดรังสีเฉพาะส่วนเนื้อร้ายได้ ถึงกระนั้นรังสีก็ยังจะก่อให้เกิดแผลเป็นที่วันข้างหน้าจะรบกวนการทำงาน ของอวัยวะที่ได้รับรังสีได้

          7. หากไม่มีการแพทย์ทางเลือกอื่น ๆ ที่จะช่วยได้ และหากมะเร็งในระยะที่คุณเป็นอยู่มีโอกาสที่จะหายได้มากด้วยการรับเคมีบำบัด หรือการฉายรังสีก็ให้รับการรักษาไปโดยทำใจให้สบาย พร้อมกันนั้นให้สำรวจวิธีการอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการเสริมแรงระบบบำบัด และปรับปรุงชีวิตและสุขภาพของตนเอง ซึ่งทั้งสองประการจะช่วยลดผลข้างเคียงจากการรักษาได้

          8. ถ้าตัดสินใจว่าจะรับการฉายรังสีหรือเคมีบำบัด ให้งดวิตามินจำพวกต้านอนุมูลอิสระทันที เพราะวิตามินอาจช่วยป้องกันทั้งเซลล์ที่ดีและเซลล์มะเร็ง เมื่อรับการรักษาครบชุดเรียบร้อยแล้วจึงกลับมากินวิตามินต้านอนุมูลอิสระอีก ครั้งหนึ่ง

          9. หากสำรวจดูตัวเลขอัตราการหายด้วยการฉายรังสีและเคมีบำบัดแล้ว ตัดสินใจไม่รับการรักษาด้วยสองวิธีดังกล่าว คุณต้องเร่งหาวิธีรักษาตนเองให้เร็วที่สุด


รู้ก่อนใช้แผนทางเลือก

          นอกจากนี้คุณหมอแอนดรูว์ ไวล์ ยังกล่าวถึงแนวคิดในการรักษาโดยแพทย์ทางเลือก ซึ่งสรุปได้ดังนี้

          1. ให้พิจารณาวิธีการรักษาด้วยสถิติการหาย ให้ขอข้อมูลที่มีการเผยแพร่เพื่อสนับสนุนการแพทย์สาขาที่คุณสนใจ ซึ่งอาจมีอยู่ไม่มากนักหรืออาจไม่มีเลย คุณจะลองไต่ถามดูจากนักบำบัดสาขาอื่น ๆ ก็ได้

          2. หาคำตอบให้ได้ว่า วิธีการบำบัดสาขาที่คุณสนใจนั้นมีความเสี่ยง ที่จะก่อสารพิษแก่ร่างกายหรือเป็นอันตรายอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่

          3. ขอชื่อและที่อยู่ของผู้ที่เคยรับการบำบัดด้วยการแพทย์สาขานั้น ๆ จนสามารถหายจากมะเร็งได้ ซึ่งหากนักบำบัดไม่มีชื่อผู้ป่วยที่เคยหายจากมะเร็งเพราะเขาเลย แม้แต่คนเดียว ก็ระวังไว้ก่อนครับ และไม่ว่าคุณจะรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์ทางเลือกสาขาใดก็ตาม ผมมีข้อแนะนำกว้าง ๆ อย่างนี้

          4. เนื่องจากมะเร็งเป็นสัญญาณที่ร่างกายสะท้อน ให้คุณเห็นว่าระบบบำบัดของคุณบกพร่องไปมากแล้ว ดังนั้นว่าใครจะเป็นมะเร็งระยะแรกหรือระยะใดก็ตาม ต้องถือว่ามะเร็งเป็นโรคที่มีการดำเนินของโรคอย่างเป็นระบบ จึงต้องปรับปรุงตนเองทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นต้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ เพื่อที่จะฟื้นฟูภูมิคุ้มกันและกอบกู้สุขภาพกลับมาใหม่


          5. อย่างน้อยที่สุด ผมยืนยันว่าคุณต้องเปลี่ยนอาหารการกิน ออกกำลังกายเข้าไว้ให้สม่ำเสมอ กินวิตามินที่ให้สารต้านอนุมูลอิสระ ใช้สมุนไพรต่าง ๆ โดยเฉพาะตัวที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน หัดทำสมาธิ ทั้งแบบสร้างจินตนาการและแบบสมาธิภายใต้การชี้นำ เพื่อช่วยให้ระบบบำบัดสยบมะเร็งเอาไว้ให้ได้ แก้ไขปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นระหว่างพ่อแม่ลูกหรือสามีภรรยาก็ ตาม และให้เปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่และลักษณะการใช้ชีวิตเท่าที่จำเป็น เพื่อให้โอกาสแก่ร่างกายที่จะกระตุ้นให้ระบบบำบัดทำงานต่อต้านมะเร็งให้ได้ จนสิ้นซาก
       
          6. นอกจากนั้นให้พยายามเสาะหาคนที่เคยเป็นมะเร็งและรอดชีวิตมาได้ ถ้าเป็นไปได้ให้หาตัวผู้ที่ผ่านการเป็นมะเร็งชนิดเดียวกันคุณมาด้วยจะยิ่งดี หรือหาหนังสือเกี่ยวกับการรอดพ้นจากมะเร็งมาอ่านก็ได้ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มกำลังใจและความเชื่อมั่นในศักยภาพการบำบัดมะเร็งของมนุษย์ เรา

          7. แสวงหานักบำบัดที่เชื่อถือได้ และขอความช่วยเหลือทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าระบบบำบัดสุขภาพอาจจะกำจัดมะเร็งไม่ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ก็ช่วยได้ เช่น จะช่วยชะลอการเฟื่องฟูของมะเร็งหรือยับยั้งมะเร็งไว้ เพื่อช่วยให้คุณยังคงมีสุขภาพดีอยู่ได้ครับ

          เชื่อ ว่าข้อมูลเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยและคนในครอบครัวเป็นอย่างดี ชีวจิต ขอเอาใจช่วยและเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตสุขภาพไปอย่างราบ รื่น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ชีวจิต

Credit : http://health.kapook.com

รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น

นายชาญชัย ธงพานิช

เมนู
  ประวัติโรงพยาบาล
  วิสัยทัศน์
  โครงสร้างโรงพยาบาล
  บุคลากร
  คณะกรรมการ
  ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
  ศูนย์บริหารความเสี่ยง
  ศูนย์พัฒนาคุณภาพ
  ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
  เบอร์โทรศัพท์ภายใน
เว็บไซต์ภายใน
  จัดการทรัพยากรบุคคล (HRM)
  ศูนย์พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล (HA)
  คณะทำงานด้านจัดการความรู้ (KM)
  งานวิจัย (Research)
  คลินิกลดอันตราย (HARM)
  Silde Download TYRKK
  แนวทางการตอบคำถาม (PMQA)
  สื่อสารมวลชน
  สื่อนิทรรศการ
  มาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรม
  ฝ่ายนโยบายและแผน
  ระบบการให้ข้อมูลยา
  แบบประเมินหลังการบำบัดรักษา
เว็บไซต์เพื่อนบ้าน
  กรมการแพทย์
  กระทรวงสาธารณสุข
  สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี
  โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา
  โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดร
  โรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี
  โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน
  โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่
ประเมินความพึงพอใจ